วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Coaching and Mentoring










82 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  2. 1.มีการนำเสนอที่ดีมากๆ
    2.ได้รับความรู้เรื่อง Coaching and Mentoring ผู้สร้างความต้องการในการฝึกสอน การแสงการทำงาน และการลงมือปฏิบัติ ขั้นตอนในการ Coaching
    3.นำเสนอดีมากครับ พูดได้น่าสนใจมากครับ
    4.Coaching คล้ายๆครูผู้สอนในห้องเรียนหรือเปล่าครับ
    นายธนกร สามงามไกร 5720600728

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. มีส่วนคล้ายกันตรงที่ว่าการ coaching นั้นเป็นการช่วยให้พนักงานได้รู้ว่าตนเองมีศักยภาพอะไรบ้าง เป็นการปลดล็อคข้อจำกัดในตัวเอง เพื่อจะได้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้ เป็นการส่งเสริม กระตุ้น และผลักดัน ให้พนักงานได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเอง และสามารถที่จะรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็เหมือนกับครูที่จะต้องดึงศักยภาพของเด็กออกมา พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อให้เด็กไปสู่จุดมุ่งหมายที่พวกเขาต้องการ

      ลบ
  3. 1.นำเสนอได้ดี พูดคล่อง
    2.Coaching and Mentoring เรื่องแสดงการทำงาน ขั้นตอน บุคคลที่ใช้
    3. พูดดีมากค่ะ
    4.Coaching and Mentoring ใช้ในงานลักษณะไหนบ้างค่ะ?
    5.นางสาวอัคราภรณ์ อ่อนตุ้ม 5720600787

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นงานแบบใดก็ตาม สามารถนำเทคนิคทั้ง 2 อย่างไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกันค่ะ แต่จะเห็นภาพได้ชัดเจนคือ งานด้านธุรกิจหรืองานบริษัทค่ะ

      ลบ
  4. 1.พูดดีค่ะ แต่เสียงเนิบๆ อาจทำให้ผู้ฟังไม่กระตือรือร้นได้
    2. การโคชชิ่งจะทำให้เราพัฒนาตนเองในการสอนได้ดียิ่งขึ้น และการทำงานของ โคชชิ่งและเมนทอริ่ง
    3. พูดดีดี้ดีค่ะ
    4. เราจะนำการโคชชิ่งไปปรับปรุงการสอนของเราเองอย่างไร

    นางสาวเปมิกา เรืองนาค 57206202411

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อาจจะไปปรับปรุงการสอนของครูโดยเปลี่ยนแนวคิดหรือทัศนคติของครูแบบเก่าๆ คือสอนแต่เนื้อหาในตำรา สนใจเพียงแค่ว่าสอนให้จบ โดยที่ไม่รู้ว่านักเรียนได้ความรู้หรือมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน การโค้ชชิ่งก็จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนทัศนคติของการสอนโดยสอนแบบทำให้ผู้เรียนรู้ถึงศักยภาพและความสามารถของตัวเอง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ ถือว่าเป็นการสอนแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้สอนและผู้เรียน

      ลบ
  5. 1.นำเสนอดี ข้อมูลครบถ้วน เตรียมตัวดี
    2.ได้ทราบว่าCoaching and Mentoring คืออะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
    3.น่าจะพูดเสียงดังกว่านี้นิดนึง
    4.Coaching and Mentoring มีตัวอย่างอะไรบ้างในการทำสื่อการสอน
    5.น.ส.ปรียารัตน์ ฉิ่งเล็ก 5720600752

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจะนำเทคนิคดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอนอาจจะเน้นไปที่สื่อแบบวิธีการ เทคนิค หรือกิจกรรม เช่น
      - บทบาทสมมุติ (Role Playing)
      - สถานการณ์จำลอง (Simulation)
      - การสาธิต (Demonstration)
      - การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips)
      - การจัดนิทรรศการ (Exhibition)
      เพื่อเป็นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมา และให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติและเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

      ลบ
    2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    3. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
  6. ลักษณะการนำเสนอ : ลักษณะการนำเสนอค่อนข้างดี น้ำเสียงอ่อนหวานน่าฟัง
    ความรู้ : ได้เรียนรู้ขั้นตอนของการ Coaching and Mentoring
    ข้อเสนอแนะ : ควรอธิบายในแต่ละขั้นตอนของ Coaching ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ :)
    คำถาม : เราสามารถนำ Coaching and Mentoring มาประยุกต์ใช้ในการสอนคณิตศาสตร์ได้อย่างไรบ้างค่ะ ?
    นางสาวณัฐริกา สิทธิชัย รหัสนิสิต 5720602313

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คณิตศาสตร์ถือเป็นวิชาที่ยาก เด็กโดยส่วนใหญ่จึงไม่ชอบวิชานี้ ประกอบกับครูผู้สอน เน้นสอนแต่เนื้อหาในตำรา เด็กจึงเบื่อได้ สำหรับการ Coaching และ Mentoring ถ้าจะนำมาช่วยในจุดนี้ อาจจะเป็นการนำเทคนิคเข้ามาปรับใช้ เป็นเทคนิคที่ยึดว่าจะเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง ครูผู้สอนจะคอยส่งเสริมการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและคอยแนะนำแนวทางให้กับเด็ก ซึ่งรูปแบบการสอนอาจจะเน้นไปที่กิจกรรม เพราะเด็กจะเกิดความสนใจและต้องการที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง

      ลบ
  7. ลักษณะการนำเสนอ : การพูดนำเสนอดี น่าฟังและน่าสนใจ
    เนื้อหา/สาระ: การโคชชิ่งทำให้ผู้เรียนได้ลงมือการทำงานด้วยตัวเอง โดยมีโคชเป็นผู้อธิบายและแสดงตัวอย่าง การเมนโทลิ่ง คือการให้คำปรึกษา รูปแบบการแมนโทลิ่งเป็นแบบกลุ่มและแนวทางการเมนโทลิ่งต่างๆ
    ข้อเสนอแนะ: มีการยกตัวอย่างในการนำเสนอดีมากคะ
    คำถาม: ในปัจจุบันมีการใช้ระบบโคชชิ่งและแมนโทลิ่งในประเทศไทยหรือไม่?
    นางสาวณัฐวดี โพธิ์สุวรรณ 5720600701

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีแล้วค่ะ มีการนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้กับงานหลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในวงการธุรกิจ แม้กระทั่งวงการการศึกษาไทยค่ะ

      ลบ
  8. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  9. 1. นำเสนอดีคะ พูดจาคล่องแคล่ว ชัดเจน
    2. ได้ความรู้เกี่ยวกับ Coaching and Mentoring ทั้งความหมายและ ส่วนประกอบ และ ประโยชน์
    3. นำเสนอดีมากคะ
    4.Coaching และ Mentoring ต่างกันยังไงคะ
    ชื่อ น.ส. ทิพรัชต์ แสงงาม 5720602330

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. Coaching (การสอนงาน) คือ การช่วยทำให้ผู้ถกโค้ชสามารถตระหนักถึงความสามารถของตนเองในการไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ช่วยให้ได้รู้ว่าตนเองมีศักยภาพอะไรบ้าง เป็นการปลดล็อค ข้อจำกัดในตัวเอง เพื่อจะได้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ และช่วยให้ผู้ถูกโค้ชได้เรียนรู้ เป็นการส่งเสริม กระตุ้น และผลักดัน ให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
      ส่วน Mentoring (ระบบพี่เลี้ยง) เป็นการนำเอาคนที่มีประสบการณ์มากๆ มาให้คำแนะนำถึงแนวทางต่างๆ ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

      ลบ
  10. 1.พูดได้ดีมากค่ะ
    2.ได้ความรู้เรื่องCoaching and Mentoring เป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ
    3.ตาควรมองกล้องนิดนึงนะคะ
    4.ในการเรียนสามารถนำCoaching and Mentoring มาใช้ได้อย่างไรคะ
    5.น.ส.ณัฎฐพัชร ะรมราช 5720602305

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำมาปรับแนวการสอนของครูได้ค่ะ เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ทั้งในบริบทของครูและนักเรียน รับรองว่าการสอนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

      ลบ
  11. นำเสนอดีมาก พูดจาน่าฟังมาก ได้รู้จักการสอนแบบ coaching และ mentoring ควรแกความแตกต่างของทั้งสองวิธีให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อยากทราบว่าทั้งสองวิธีมีความยากง่ายต่างกันอย่างไร
    น.ส.พิชญาภา ม่วงวันดี รหัส 5720602437

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. Coaching (การสอนงาน) จะค่อนข้างยากตรงที่ว่า จะต้องพัฒนาความรู้และทักษะของบุคคลเพื่อให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีความสามารถและศักยภาพที่แตกต่างกัน จะทำยังไงเราถึงจะดึงศึกยภาพของบุคคลเหล่านั้นออกมาใช้และพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนั่นเป็นหน้าที่ของ Coach ที่จะต้องออกแบบการสอนงานให้ตอบโจทย์ในจุดนั้น

      Mentoring จะค่อนข้างง่ายกว่าการ Coaching ตรงที่ว่า เป็นการแนะนำให้คำปรึกษา ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาและผู้ขอรับคำปรึกษาจะมีความใกล้ชิดและความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่า ทำให้กระบวนการทำงานในแต่ละครั้งเป็นไปได้ง่าย

      ลบ
  12. 1.ลักษณะการนำเสนอของเพื่อน: มีบุคลิกในการนำเสนอดี มีน้ำเสียงน่าฟังน่าสนใจค่ะ
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้: กระบวนการเสริมสร้าง จะมีเทคนิคเป็นส่วนช่วย มี4องค์ประกอบ มีประโยชน์ในการทำงานเป็นทีม
    3.ข้อเสนอแนะ: พูดเร็วไปนิดหน่อยค่ะ
    4.ฝากคำถาม: Coaching and Mentoring เป็นเทคนิคพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างไรคะ?
    5.นางสาวจุฑาทิพย์ เรืองงาม 5720602283

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จากที่นำเสนอได้กล่าวว่าทั้ง 2 เทคนิคเป็นเทคนิคในการพัฒนามนุษย์ค่ะ ซึ่งจะพัฒนาให้มนุษย์มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ/คุณสมบัติพิเศษ ทำงานอย่างมีศักยภาพ และมีพฤติกรรมในการทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

      ลบ
  13. 1.บรรยายได้ชัดเจนดีมากค่ะ ไม่มีที่ติ อิอิ
    2.ได้ทราบถึงความแตกต่าง รูปแบบ และขั้นตอนระหว่าง Coaching และ Mentoring ซึ่งทั้งสองอย่างจะส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    3.อยากให้มีตัวอย่างที่แสดงถึงความแตกต่างของทั้งสองอย่างนี้ อย่างชัดเจน
    4.ทั้ง Coaching และ Mentoring จะสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนของไทยในปัจจุบันได้ไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามาถนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาประยุกต์ใช้ได้ค่ะ อาจจะนำมาปรับแนวการสอนของครูได้เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยิ่งสำหรับการจัดการศึกษาของไทยต่างกับต่างชาติโดยสิ้นเชิง เพราะไทยยึดติดกับการเรียนในเนื้อหา มีความเชื่อที่ว่าเรียนเนื้อหาเยอะแล้วจะเก่ง ซึ่งส่งผลให้เด็กไม่กะตือรือร้นในการเรียน หากครูนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ เชื่อว่าการเรียนการสอนจะมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

      ลบ
  14. 1) นำเสนอดีมาก ใช้เสียงที่น่าฟัง ฟังง่าย
    2) ได้ความรู้เกี่ยวกับ Coaching and Mentoring คิดว่าเป็นรูปแบบการสอนที่ดี ทำให้เด็กมีคุณภาพ ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
    3) นำเสนอดีมาก
    4) น่าจะมีตัวอย่างการสอน แบบ Coaching and Mentoring ให้ดู

    นางสาวปิ่นมนี เมตตาวิมล 5720602399

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. Coaching และ Mentoring ถ้าจะนำมาใช้ในการเรียนการสอน คิดว่าเป็นเพียงเทคนิคเท่านั้นค่ะ แต่เราสามารถสร้างสื่อการสอนโดยอิงแนวคิดจากทั้ง 2 เทคนิคได้ โดยอาจจะสร้างสื่อการสอนแบบเน้นวิธีการ เทคนิค หรือกิจกรรมค่ะ

      ลบ
  15. 1. มีการพูดที่คล่อง เสียงนุ่มน่าฟังรายละเอียดค่อนข้างดี
    2.Coaching คือการพัฒนาบุคคลทั้งทางด้านความรู้ ทักษะ คุณลักษณะเฉพาะตัว เกิดจากการสังเกต สนทนา สอนงาน และติดตามผล Mentoring การให้คำปรึกษา
    3.ตัวอย่างน้อย
    4.ข้อเหมือนระหว่างCoaching and Mentoringคืออะไร
    5.นางสาวฐิติมา ศรีหรั่ง 5720601091

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทั้ง 2 เทคนิค เหมือนกันตรงที่ความต้องการที่จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ค่ะ

      ลบ
  16. 1.เสียงนุ่มนวลลื่นหูมากเลยค่ะ มีการเตรียมตัวมาดีมาก
    2. รู้จักกระบวนการ รูปแบบของ Coaching and Mentoring
    3.พูดช้าๆนิดนึงนะ
    4.Coaching and Mentoring มีข้อเสียไหมคะ? ถ้ามีคืออะไรบ้าง?
    นางสาวธัญญารัตน์ ผลจิตร์ 5720600736

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถามว่ามีข้อเสียมั๊ย ขึ้นอยู่กับผู้นำเทคนิคนี้มาใช้ค่ะ ว่านำมาใช้ในบริบทที่ส่งเสริมและเหมาะสมหรือเปล่า

      ลบ
  17. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  18. 1.พูดดี น้ำเสียงน่าฟัง
    2.Coaching and Mentoring คือ กระบวนการเสริมสร้างและพัฒนาบุคคลให้มีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะเฉพาะตัว และศักยภาพ
    3.พูดเร็วฟังไม่ค่อยทัน
    4.Coaching and Mentoring เหมาะที่จะนำไปใช้กับเด็กวัยใด
    นางสาวมานิตา ล่ามกิจจา 5720602453

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจะนำทั้ง 2 เทคนิค มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เทคนิคนี้จะเป็นรากฐานของการสอนแบบกิจกรรม ฉะนั้นช่วงวัยของเด็กที่จะตอบสนองต่อการจัดการเรียนการสอนแบบกิจกรรมมากที่สุด น่าจะเป็นช่วงวัยประถมค่ะ

      ลบ
  19. 1.ลักษณะการนำเสนอ เสียงดังฟังชัด ชัดเจนดี เข้าใจง่าย
    2.เนื้อหาที่ได้รับ รู้ว่าในการพัฒนาคนต้องใช้เทคนิก coaching mentoring
    3.ข้อเสนอแนะ อยากให้มองกล้องค่ะ
    4.คำถาม เราสามารถนำเทคนึกนี้มาใช้ใน โรงเรียนได้ไหมอ่ะ
    นางสาวปิยวรรณ ประหยัดทรัพย์ รหัส 5720602402

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ทั้งในบริบทของครูและนักเรียนได้ค่ะ

      ลบ
  20. 1.ลักษณะการนำเสนอของเพื่อน
    - นำเสนอได้ดีมากค่ะ น้ำเสียงน่าฟัง
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ
    - ความหมาย และประโยชน์ ของCoaching and Mentoring
    3.ข้อเสนอแนะ
    - พูดเร็วไปนิดนึง
    4.คำถาม
    -Coaching and Mentoring เหมาะกับการศึกษาไทยหรือไม่ เพราะอะไร???
    5.ชื่อ นามสกุล
    -น.ส.กันต์สิริ จันปุ่ม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าถามในความคิดของผู้จัดทำ ถามว่าเหมาะมั๊ยขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้ค่ะ แต่ถ้ามีการนำเทคนิคนี้มาใช้หรืออาจมีการนำมาใช้จริงแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะจะสร้างความมีประสิทธิภาพต่อทั้งบุคคลและกระบวนการทำงาน (การเรียน) ของบุคคล การศึกษาไทยอาจจะต้องการแนวคิดจากทั้ง 2 เทคนิคนี้เพื่อปรับกระบวนการ แนวทางหรือรูปแบบให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

      ลบ
  21. 1.นำเสนอได้ดี น้ำเสียงน่าฟัง ลำดับเนื้อหาได้ดีมาก
    2.ได้ทราบว่า Coaching and Mentoring เป็นรูปแบบการสอนที่ดี นักเรียนได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ สามานำมาปรับใช้ในการสอนได้จริง
    3.ตอนนำเสนอถ้าลดความตื่นเต้นลงจะดีมากๆ แต่ส่วนร่วมแล้วทำออกมาได้ดีมากค่ะ ชอบมากๆค่ะ ^^
    4.ฝากถามว่าข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดของ Coaching and Mentoring คืออะไร
    นางสาวธิดา คล้ายจันทร์ 5720600744

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. Coaching เป็นการสอนงาน ที่จะทำให้บุคคลมีความรู้ ทักษะ ความสามารถ/ศักยภาพในการทำงานได้ดีขึ้นค่ะ
      ส่วน Mentoring จะเน้นไปที่การแนะนำ/ให้คำปรึกษา เพื่อให้บุคคลทำงานนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้นค่ะ

      ลบ
  22. 1.นำเสนอเนื้อหาได้ดี มีการเรียบเรียงเนื้อหาที่เข้าใจง่าย บุคลิกภาพในการนำเสนอดี
    2.ได้เข้าใจในเนื้อหาของ coaching และ Mentoring
    3.พูดเร็วไปนิด
    4.ประเทศใดเป็นคนริเริ่มวิธีการสอน 2 แบบนี้หรอคะ

    นางสาวพรนภา อารีเอื้อ 5720602429

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แถบอเมริกาหรือยุโรปค่ะ โดยจะคุ้นเคยกันในแวดวงของการกีฬามากกว่าแวดวงการทำงาน

      ลบ
  23. 1.มีความมั่นใจนการนำเสนอ เนื้อหาน่าสนใจ
    2.การโคชชิ่ง ทำให้รู้ักการทำงานเป็นทีมและรู้จักข้อดี ข้อเสียของตนเอง
    3.พูดเร็วเล็กน้อย ^^
    4.การ Coaching เหมาะกับผู้เรียนวัยใด
    5.นายธนพล เพ็ชรนุช 5720602348

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจะนำทั้ง 2 เทคนิค มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เทคนิคนี้จะเป็นรากฐานของการสอนแบบกิจกรรม ฉะนั้นช่วงวัยของเด็กที่จะตอบสนองต่อการจัดการเรียนการสอนแบบกิจกรรมมากที่สุด น่าจะเป็นช่วงวัยประถมค่ะ

      ลบ
  24. 1.พูดได้ดีมากคะ น่าฟัง
    2.รู้ว่าcoaching มีรูปแบบ ลักษณะอย่างไร
    3.อยากให้พูดช้าอีกนิดคะ
    4.coaching สามารถประยุกต์กับอะไรได้บ้าง
    5.นางสาว ปภัศศร ทศยันไชย 5720601112

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำเทคนิคดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ได้กับงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกีฬา งานด้านการพัฒนาธุรกิจ แม้กระทั่งงานด้านการศึกษา ขึ้นอยู่กับกลวิธีในการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมในบริบทต่างๆ

      ลบ
  25. ลักษณะการนำเสนอ: นำเสนอดี พูดชัดเจน น้ำเสียงน่าฟัง เข้าใจง่าย
    ความรู้ที่ได้ : ได้ทราบว่าความหมยและประโยชน์ของCoaching and Mentoring ว่ามีอะไรบ้าง
    ข้อเสนอแนะ : ตอนช่วงหลังๆพูดเร็วไปนิด
    คำถาม : ยกตัวอย่างการสอนที่เอาCoaching and Mentoring มาใช้ได้จิงมีอะไรบ้างค่าา
    นางสาวนัทธมน แดงแท้ 5720602356

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รูปแบบการสอนที่อิงแนวคิดของเทคนี้ดังกล่าว จะเป็นการสอนที่เน้นวิธีการ แนวคิด หรือกิจกรรม เช่น สถานการณ์จำลอง การสาธิต การศึกษานอกสถานที่ และการจัดนิทรรศการ เป็นต้น

      ลบ
  26. 1.ลักษณะการนำเสนอ : บุคลิกในการนำเสนอดี มั่นใจ น้ำเสียงไพเราะ อธิบายเข้าใจดีค่ะ
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ : Coaching and Mentoring ทั้งสองเป็นเทคนิคในการพัฒนาทรัพกรมนุษย์ื เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    3.ข้อเสนอแนะ : นำเสนอช้าลงอีกนิดจะทำให้ฟังเข้าใจมากขึ้นค่ะ
    4.ฝากคำถาม : เราสามรารถนำ Coaching and Mentoring มาใช้ในการจัดการสอนได้หรือไม่ อย่างไร
    5.นางสาวนันท์วิภา พิมพร รหัส 5720602364

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ทั้งในบริบทของครูและนักเรียนได้ค่ะ

      ลบ
  27. 1.ลักษณะการนำเสนอ
    นำเสนอไ้ชัดเจน อธิบายได้เข้าใจ มีการเตรียมตัวมาอย่างดี
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ
    ได้ความรู้เรื่องCoaching and Mentoring ผู้สร้างความต้องการในการฝึกสอน การแสดงการทำงาน ประโยชน์ และการลงมือปฏิบัติ ขั้นตอนในการ Coaching
    3.ข้อเสนอแนะ
    พูดเร็วไปนิดหน่อย
    4.ฝากคำถาม
    Coaching and Mentoring มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง
    นางสาวสุภาพร จันทร์สุธรรม 5720602470

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อดี คือ สามารถนำมาพัฒนาบุคคลให้มีความรู้ ทักษะ ศักยภาพ/ความสามารถ พร้อมทั้งมีประสบการณ์และกระบวนการในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
      ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้ในแต่ละบริบท

      ลบ
  28. - พูดเสียงเบาไปนิดนึงนะครับ
    - อธิบายให้เข้าใจเนื้อหาได้ดี
    - ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น
    ผมมีคำถามครับ
    - โคชชิ่ง มีข้อเสียไหมครับ
    นายธนภูมิ พูลสวัสดิ์ 5720601104

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้ของผู้ใช้ค่ะ ว่าในบริบทนั้นๆส่งเสริมหรือเหมาะสมในการใช้เทคนิคนี้มากน้อยแค่ไหน

      ลบ
  29. 1.นำเสนอได้ชัดเจน ฟังชัด เข้าใจง่าย เรียบเรียงเนื้อหาได้ดี
    2.ได้รู้เกี่ยวกับ Coaching และ Mentoring การบวนการบริหารจัดการระบบ ประโยชน์ของ Coaching และ Mentoring
    3.นำเสนอค่อนข้างเร็ว บางช่วงอาจจับใจความไม่ทัน
    4.ระบบทั้งสองนี้สามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างไร และเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่

    นายปริญญา กุลจันทึก 5720602372

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำมาปรับใช้ได้โดยนำแนวคิดที่ว่า Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ทั้งในบริบทของครูและนักเรียนได้ค่ะ
      เหมาะสมกับไทยมั๊ย ? ถ้านำแนวคิดนี้มาใช้จริงกับการศึกษาไทยหรืออาจจะมีการใช้แล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและทำให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

      ลบ
  30. 1.มีการนำเสนอข้อมูลครบถ้วน เข้าใจง่าย เสียงน่าฟัง
    2.ประโยชน์ของCoaching and Mentoring รูปแบบของ Coaching and Mentorin
    3.เสียงเบาไป หลังๆพูดเร็วไป
    4.Coaching and Mentoring มีประโยชน์กับการจัดการเรียนการสอนอย่างไรบ้าง
    5.นางสาวกมลวรรณ พรมอินทร์ 5720602259

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. มีประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ เพราะจะเป็นการปรับรูปแบบการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง อีกทั้งครูผู้สอนยังทราบจุดแข็ง-จุดอ่อนของผู้เรียนจากการทำกิจกรรมของผู้เรียนเอง ทำให้พัฒนาผู้เรียนแต่ละคนได้ตรงจุด ทำให้ผู้เรียนมีศักยภาพในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

      ลบ
  31. 1.การนำเสนอดีฟังง่ายๆ ดี เสียงชัดเจน
    2.มีการสรุปเนื้อหาให้เข้าใจง่ายๆขึ้น ความรู้ที่ได้ คือ Coaching การสังเกต การสนทนา การสอนงาน การติดตามผล Mentoring การให้คำปรึกษาและให้การช่วยเหลือ
    3.สามารถนำเรื่อง Coaching and Mentoring ไปใช้ในชีวิตได้เพื่อให้ชีวิตมีประสิทธิภาพ
    4.การใช้ Coaching and Mentoring สามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างไร
    5.นางสาวรัตนาภรณ์ ผิวงาม 5720601341

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามารถนำมาปรับใช้ได้ค่ะ เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ทั้งในบริบทของครูและนักเรียนได้ค่ะ

      ลบ
  32. 1.พูดจาฉะฉาน ชัดเจน เตรียมตัวมาดี ฟังง่าย
    2.coaching เป็นการส่งเสริมในด้านต่างๆของบุคคล mentoring เป็นการให้คำปรึกษา
    3.พูดเร็วไปนิดนึง
    4.การ coaching ให้คนจำนวนมากและเป็นรายบุคคล แบบใดจะได้ผลมากกว่ากัน ?
    นายจิรชัย งามยิ่งยศ 5720602275

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าเป็นรายบุคคลเลยจะดีและได้ผลมากกว่าค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็น Coach หรือผู้สอนงาน จะต้องมีความชำนาญในการทำงาน ซึ่งอาจจะมีไม่มากพอกับผู้ที่จะถูก Coach ดังนั้นอาจจะต้องแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มเล็กๆประมาณ 4-6 คนก็โอเคค่ะ

      ลบ
  33. 1.น้ำเสียงดูดีมากค่ะ บุคลิกในการนำเสนอดีมาก มุ่งมั่น จริงจัง สรุปแล้วนำเสนอดีค่ะ
    2.ได้รู้เกี่ยวกับโค้ชชิ่งและเมนโทริ่ง ว่าแตกต่างกันอย่างไร และการนำไปใช้ได้ในชีวิต เช่นการนำมาใช้ในการทำงานร่วมกัน
    3.พูดเร็วนิดนึงนะคะ
    4.สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ได้อย่างไร
    น.ส.สุภาวดี จันธิมา 5720602488

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คณิตศาสตร์ถือเป็นวิชาที่ยาก เด็กโดยส่วนใหญ่จึงไม่ชอบวิชานี้ ประกอบกับครูผู้สอน เน้นสอนแต่เนื้อหาในตำรา เด็กจึงเบื่อได้ สำหรับการ Coaching และ Mentoring ถ้าจะนำมาช่วยในจุดนี้ อาจจะเป็นการนำเทคนิคเข้ามาปรับใช้ เป็นเทคนิคที่ยึดว่าจะเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง ครูผู้สอนจะคอยส่งเสริมการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและคอยแนะนำแนวทางให้กับเด็ก ซึ่งรูปแบบการสอนอาจจะเน้นไปที่กิจกรรม เพราะเด็กจะเกิดความสนใจและต้องการที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง

      ลบ
  34. 1.พูดได้ดีไม่มีสะดุดเลยครับ
    2.ได้ทราบถึงความแตกต่างระหว่าง2คำนี้ที่มีความหมายใกล้เคียงกันมาก
    3.ดูเครียดๆไปหน่อยแต่ก็ดีมากเลยครับ
    4.อย่างครูในประเทศไทยต้องใช้คำไหนครับเพราะดูจากความหมายของ2คำแล้วยังไม่ทราบถึงครูในไทยครับ
    5.นายภูมิ พงศ์สุพัฒน์ 5720602445

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทั้ง 2 เทคนิค ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในวงการการศึกษาอย่างเดียวนะคะ มันแทบจะนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้เกือบทุกรูปแบบ ถ้าถามว่าครูมีความใกล้เคียงกับคำใด ก็อาจจะเป็น Coaching ค่ะ ด้วยแนวคิดของเทคนิคนี้ที่ว่า เป็นการสอน เพื่อให้บุคคลมีความรู้ ทักษะ ศักยภาพและความสามารถค่ะ

      ลบ
  35. 1. นำเสนอได้ดี บุคลิกภาพดี
    2. ได้รู้จักกับคำว่า Coaching and Mentoring
    3. นำเสนอได้ดีแล้วค่้ะ
    4. ปัญหาที่เกิดได้จาก Coaching and Mentoring คืออะไร
    ณิชาภัทร เสือสีห์ 5720602321

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ปัญหานั้นอาจจะเป็นการที่ผู้ร่วมงานมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน รวมไปถึงถ้าผู้สอนงานหรือผู้ให้คำปรึกษามีความบกพร่องหรือไม่มีความพร้อม อาจจะทำให้การสอนงานหรือการให้คำปรึกษานั้นไม่มีประสิทธิภาพ บุคคลไม่เกิดการพัฒนาหรือมีศักยภาพในการทำงานอย่างแท้จริง

      ลบ
  36. 1.มีการเตรียมการนำเสนอได้ดี
    2.ได้รู้เกี่ยวกับ Coaching and Mentoring ทั้งประโยชน์ คือเทคนิคที่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    3.ช่วงหลังอาจพูดไวไป
    4.ข้อเสียของ Coaching and Mentoring คืออะไรบ้าง

    นางสาวณิชาบูล กลิ่นอุบล 5720600710

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เทคนิคดังกล่าวขึ้นอยู่กับผู้ใช้ที่นำไปปรับใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ถ้านำไปใช้ในรูปแบบที่ไม่เหมาะสม อาจจะเป็นผลเสียต่อการพัฒนาบุคคลและประสิทธิภาพในการทำงาน

      ลบ
  37. 1.นำเสนอได้อย่างน่าฟังมาก เสียงน่าฟัง
    2.ได้รู้ว่า Coaching and Mentoring คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
    3.ติดขัดบ้างเล็กน้อย
    4.ครูจะนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนได้อย่างไร

    นางสาวสโรชา อดทนดี รหัสนิสิต 5720602461

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ครูสามารถปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้อิงกับแนวคิดจากเทคนิค coaching and mentoring ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง โดยอาจจะใช้สื่อการสอนที่เน้นวิธีการ แนวคิด หรือกิจกรรม เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้และถือว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนโดยยึดหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน

      ลบ
  38. 1.ลักษณะการนำเสนอ - ผู้นำเสนอมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี มีความมั่นใจในการนำเสนอค่ะ ^^
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ - ทำให้ได้ความรู้ในเรื่องของ Coaching and Mentoring ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร
    3.ข้อเสนอแนะ - ในการนำเสนอช่วงหลังอาจเร็วไปนิดค่ะ
    4.คำถาม - ผู้สอนสามารถนำ Mentoring มาประยุกต์ใช้ในการสอนคณิตศาสตร์ได้อย่างไรคะ
    นางสาววธูสิริ ไขว้พันธุ์ 5720601431

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ครูผู้สอนจะคอยแนะนำหรือให้คำปรึกษากับนักเรียน ในการเรียนหรือการทำกิจกรรมของนักเรียน พร้อมกับแชร์ประสบการณ์และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน

      ลบ
  39. 1.ลักษณะการนำเสนอ : นำเสนอได้ดีมากค่ะ เหมือนมีการเตรียมตัวนำเสนอมาอย่างดี
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ : ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะและประโยชน์ของ Coaching and Mentoring และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนได้
    3.ข้อเสนอแนะ : ระหว่างการนำเสนอควรยิ้มเพิ่มอีกสักนิดจะดีมาก
    4.ฝากคำถาม : อยากทราบว่าในไทยได้มีการนำ Coaching and Mentoring มาใช้มากน้อยเพียงใดค่ะ
    นางสาวพงศ์ผกา บุญเสี่ยง 5720600761

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีการนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้กับงานหลายรูปแบบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในวงการกีฬา วงการธุรกิจ แม้กระทั่งวงการการศึกษาของไทยค่ะ

      ลบ
  40. 1.นำเสนอได้สุดยอมมากครับ
    2.ได้ความรู้ในเรื่องของ Coaching and Mentoring
    3.บางช่วงพูดเร็วเกินไป ทำให้บางคำฟังไม่ชัด
    4.Coaching and Mentoring สามมารถมาใช้กับการศึกษาไทยได้รึไม่
    นายพัชรพงษ์ สุผล 5720601121

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สามาถนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาประยุกต์ใช้ได้ค่ะ อาจจะนำมาปรับแนวการสอนของครูได้เพราะ Coaching จะเน้นการดึงศักยภาพและการฝึกให้ลงมือทำด้วยตนเอง ส่วน Mentoring จะเป็นการให้คำปรึกษาหรือแนะแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยิ่งสำหรับการจัดการศึกษาของไทยต่างกับต่างชาติโดยสิ้นเชิง เพราะไทยยึดติดกับการเรียนในเนื้อหา มีความเชื่อที่ว่าเรียนเนื้อหาเยอะแล้วจะเก่ง ซึ่งส่งผลให้เด็กไม่กะตือรือร้นในการเรียน หากครูนำทั้ง 2 เทคนิคนี้มาปรับใช้ เชื่อว่าการเรียนการสอนจะมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

      ลบ